สัมมนาเชิงวิชาการ "ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสานสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก" วันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2560 ณ ศูนย์สิริกิิติ์

» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us


ทำงานเพื่อตอบสนองความท้าทายในยุคการแข่งขันแบบไร้พรมแดน
วันที่ : 8/5/2015   Article:สู่ศตวรรษใหม่

หฤทัย โลหะศิริวัฒน์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับการเลือกเรียนสาขานิเทศน์ศาสตร์ของนักเรียนที่มีคะแนน Admission ระดับสูงมากของประเทศในช่วงปิดภาคเรียนที่ผ่านมา ผู้เขียนในฐานะของผู้ที่ทำงานในสายการศึกษามาหลายปีรู้สึกดีใจที่วัยรุ่นยุคใหม่มีจุดยืน มีความสามารถในการทราบถึงความสนใจของตนเองได้อย่างชัดเจน และเลือกทางเดินในการศึกษาได้อย่างเหมาะสม (ซึ่งจริงแล้ว วัยรุ่นในยุคหลายสิบปีก่อน หลายต่อหลายคนก็มีคุณสมบัติเช่นนี้เช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้เกิดมาอยู่ในยุคที่ข่าวสารวิ่งเร็ว เรื่องราวที่เป็นที่น่าสนใจถูกแพร่สะพัดได้รวดเร็วเช่นปัจจุบัน) ที่ผู้เขียนดีใจนั้น ก็เพราะเชื่อว่า คุณลักษณะดังกล่าวคือสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งต่อการประสบความสำเร็จในอาชีพการงานไม่ว่าจะอยู่ในสาขางานใดๆ เหมือนดังหลักคำสอนของพุทธศาสนาที่ยกเอา “ฉันทะ” ขึ้นมาเป็นจุดเริ่มต้นของ อิทธิบาท 4 แล้วฉันทะที่ว่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนๆ หนึ่งเกิดความสนใจ เกิดความชอบ เกิดความมุมานะในการกระทำการใดๆ

สิ่งหนึ่งที่ส่งผลต่อความมี “ฉันทะ” ของมนุษย์ คือ “ผลตอบแทน” ที่ได้รับจากสิ่งนั้นๆ ซึ่งอาจมีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น รายได้ (เช่น เรียนแพทย์ทำให้รายได้ดี) การเป็นที่ยอมรับ หรือสถานะในสังคม (เช่น เรียนวิศวฯ แล้วแสดงว่าฉลาด) หรือ เป็นความสุขส่วนบุคคล (เช่น เรียนพฤกษศาสตร์แล้วมีความสุขที่จะได้ศึกษารายละเอียดของต้นไม้ ใบไม้) สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลตอบแทนต่อเราๆ ท่านๆ ที่ก่อให้เกิดเป็นความพอใจในการเรียน หรือการทำงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่กับการได้มาของผลตอบแทนเข้าสู่ตัวของบุคคลนั้นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า คือ ผลตอบแทนจากการกระทำ หรือการทำงานของเราส่งผลออกไปสู่สังคมหรือบุคคลอื่นมากน้อยแค่ไหน ผู้เขียนกลับเชื่อว่าผลตอบแทนในลักษณะหลังนี้ จะเป็นตัวที่ทำให้ความสนใจมีความยั่งยืนในการทำงานไม่ว่าจะสายอาชีพใดๆ ได้อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกหลายสิบปีหรือตราบเท่าที่บุคคลหนึ่งจะสามารถทำงานได้ คล้ายๆ กับกรณีความสำเร็จของ ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ที่ได้มีการกล่าวถึงในบทความเรื่อง ผลักดันงานวิจัยสู่ปลายน้ำ: เข็นภูเขาลงครกยังง่ายกว่า ในวารสารอินทาเนีย ฉบับที่ 2 ปี 2558 [1] เกี่ยวกับการผลิตรากฟันเทียมโดยฝีมือชาวไทยจนสามารถใช้งานได้จริง ลดภาระการนำเข้า และเลิกการเสีย “ค่าโง่” ให้กับต่างชาติได้เป็นผลสำเร็จ ในบทความดังกล่าว ได้ระบุชัดเจนว่า “ความสำเร็จจากโครงการรากฟันเทียม ทำให้คุณหมอเกิดแรงบันดาลใจฮึดไปสู่การวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ฝังในร่างกายอื่นๆ ต่อไป” มันเป็นอย่างนี้เอง เมื่อถึงจุดหนึ่งของการทำงานของเรา ล้วนแล้วแต่ต้องการให้ผลงาน หรือหยาดเหงื่อแรงงาน เวลาที่ลงไป ก่อเกิดเป็นประโยชน์ออกสู่ผู้อื่นได้อย่างแท้จริง นี่คือ ผลตอบแทนที่ส่งผลระยะยาวต่อความพอใจในอาชีพอย่างมาก

สำหรับกรณีงานวิจัยหรือการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นาย Tariq S. Durrani จากมหาวิทยาลัย Strathclyde ประเทศอังกฤษ ได้รวบรวมข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของงานวิจัย ต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยแสดงหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างเงินทุนของรัฐที่จัดสรรให้ในการสร้างงานวิจัย กับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP Growth) ของหลายประเทศในแถบยุโรป รวมถึงเปรียบเทียบกับประเทศผู้นำในฝั่งทวีปเอเชีย [2] โดยพบว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียที่มีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างมากแบบก้าวกระโดดของทั้งส่วนทุนวิจัย และผลิตภัณฑ์มวลรวม คือ จีน และเกาหลีใต้ (ส่วนญี่ปุ่นนี่อยู่ในระดับสูงแบบคงตัวแล้ว) จึงสนับสนุนแนวคิดที่เชื่อว่าการสร้างงานผ่านความรู้ที่ได้จากการวิจัยจะยั่งยืนและได้ผลดี มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศได้จริง

แล้วการสร้างผลงานทางสายวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดประโยชน์ เป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันมีลักษณะอย่างไร? H. T. Chuah จาก มหาวิทยาลัย Tunku Abdul Rahman (UTAR) ประเทศมาเลเซีย ได้สรุปประเด็นความท้าทายของงานในกลุ่ม SETI (Science, Engineering, Technology, and Innovation) ในยุคปัจจุบันไว้ [3] อย่างน่าสนใจ ดังนี้

1. จังหวะของเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น (Faster Pace) หรือกล่าวได้ว่า วิศวกรในปัจจุบันจำเป็นต้องรัก ต้องสนใจ ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ต้องมีคุณสมบัติของการเป็นผู้ที่สามารถ เรียนรู้ได้รวดเร็ว ใฝ่รู้ และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

2. การแข่งขัน และโอกาสเป็นไปในรูปแบบอิสระ ไร้ขอบเขต (Borderless World and Opportunities) การแข่งขันไม่จำกัดเฉพาะในพื้นที่แคบๆ (Local) อีกต่อไป เพราะ ความก้าวหน้าในการขยายการตลาดที่อิสระมากในปัจจุบัน แทบทุกคนมีโอกาสที่จะสร้างธุรกิจตนเองแบบเล็กๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น วิศวกรยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีความ เปิดกว้างทางวัฒนธรรม เปิดรับความคิดของบุคคลจากหลายเชื้อชาติ รวมถึงหลากสาขาวิชา จึงจะทำให้ผลงานสร้างสรรค์ของเราเป็นที่น่าพอใจกับบุคคลที่หลากหลายมากขึ้น

3. ความต้องการของผู้คนมีมากขึ้น (Higher Expectation) สืบเนื่องจากในปัจจุบันเป็นยุคของการกระจายข่าวสาร เมื่อคนได้รับข้อมูลมาก ก็จะมีความต้องการ หรือความคาดหวังที่มากขึ้นตามไป ลักษณะของสินค้าที่โดนใจคนยุคใหม่ จะมีลักษณะสำคัญสองประเด็นหลัก คือ หนึ่งเป็นสินค้าลักษณะรวมเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน (Convergence) เช่น Smartphone ที่รวมเอาความสามารถในการเป็นโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ กล้องถ่ายรูป ฯลฯ เข้าไว้ด้วยกัน และสอง ความต้องการของคนเป็นแบบเฉพาะตัวมากขึ้น (Personalization and Individualization) สินค้าจึงควรถูกออกแบบให้มีความสามารถที่จะแสดงตัวตนเฉพาะรายบุคคลได้ด้วย ดังนั้น การที่จะสร้างสรรค์ผลงานลักษณะดังกล่าวได้ วิศวกรจำเป็นต้องมี ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการ สามารถมองออกนอกกรอบแนวคิดสินค้ารูปแบบเดิมๆ ได้ล้ำหน้ากว่าบุคคลอื่น

4. การคำนึงถึงต้นทุน และจัดสรรทรัพยากร มีความเคร่งครัด และจำกัดมากขึ้น (Cost Effectiveness) ด้วยทรัพยากรที่จำกัดในโลกยุคปัจจุบัน การดำเนินงานใดๆ จึงต้องมีประสิทธิภาพสูง มีความคุ้มค่าในการดำเนินการ ถึงจะสามารถแข่งขันได้ วิศวกรจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์ มีความสนใจให้กับข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรมทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ

5. ความรู้เป็นกำลังสำคัญ (Knowledge is Power) การแข่งขันจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีความรู้ที่ลึกซึ้ง และถูกต้องในด้านนั้นๆ เรียกได้ว่า ต้องครอบคลุม ครบถ้วน และแม้แต่ก้าวล้ำกว่าผู้อื่น จุดมุ่งหมายสูงสุด คือ การพัฒนาตนจนเป็นผู้สร้างความรู้ใหม่ หรือที่เรียกว่า Knowledge Creation รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวไว้นี้เป็นสิ่งที่เราผู้ทำงานในสายงาน SETI จำเป็นที่เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มใหม่ เพื่อจะได้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานอันส่งผลโดยตรงต่อความพอใจในการทำงานได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนยิ่งไปกว่า รายรับ สถานะในสังคม หน้าตา ชื่อเสียง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผลตอบแทนแบบเปลือกนอกเพียงอย่างเดียว

เอกสารอ้างอิง

[1] “ผลักดันงานวิจัยสู่ปลายน้ำ: เข็นภูเขาลงครกยังง่ายกว่า?” อินทาเนีย: วารสารชาววิศวจุฬา, ลำดับที่ 98 ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 พ.ศ.2558: 43-45
[2] “Science, Engineering, Innovation and Competitiveness – An international assessment and comparison” Tariq S. Durrani, Keynote speaker การประชุมวิชาการ IEEE International Conference on Industrial Engineering and Engineering Management 2014 (IEEM2014)
[3] “Science, Engineering, Technology & Innovation (SETI) Education for Economy Transformation” Hean Teik Chuah, Keynote speaker การประชุมวิชาการ IEEE International Conference on Industrial Engineering and Engineering Management 2014 (IEEM2014)

  Back |   Top


Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved