» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

กกพ.โชว์แนวทางการดำเนินงานปี 2556 – 2560 เน้นกำกับเชิงรุก เพื่อก้าวเข้าสู่ AECพร้อมเผยผลงาน 5 ปีที่ผ่านมา
TNN : Technologymedia News 11/12/2012


คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เผยแนวทางการดำเนินงานปี 2556-2560 เน้นกำกับกิจการพลังงานเชิงรุก ยึดหลักทุกภาคส่วนได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมปรับหลักการแนวทางดำเนินการเทียบเท่าระดับสากล เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ.2556 – 2560 ว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กกพ.มุ่งเน้นวางรากฐานให้การกำกับกิจการพลังงานของประเทศมีความมั่นคง ยั่งยืน รองรับกับนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ โดยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไป กกพ. จะเน้นการทำงานในเชิงรุกให้มากขึ้น โดยจะพัฒนาระบบการตรวจสอบการประกอบกิจการพลังงาน และนำผลการตรวจสอบมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงการกำกับกิจการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ ในหลากหลายมิติ เพื่อให้การกำกับกิจการพลังงานสามารถดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชน ผู้ประกอบกิจการพลังงาน รวมถึงสังคม และประเทศไทย ให้ได้รับความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดจากการดูแลและกำกับกิจการพลังงาน และเพื่อให้โรงไฟฟ้าและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

โดยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ไป (พ.ศ.2556 – 2560) กกพ. จะทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย

1. การเสริมสร้างมาตรฐานการกำกับดูแล และกิจการพลังงานต้องเป็นธรรมและเชื่อถือได้ โดย กกพ. จะทำให้อัตราค่าบริการพลังงานสะท้อนต้นทุนอย่างแท้จริง และเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วน ตลอดจนส่งเสริมให้มีบริการไฟฟ้าอย่างเพียงพอและทั่วถึงในทุกภูมิภาค

“ หลังจากนี้สิ่งที่ กกพ.จะเร่งดำเนินการ คือ ขยายการให้บริการไฟฟ้าสำหรับประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของประเทศทั้ง 76 จังหวัด จะต้องมีไฟฟ้าได้ใช้อย่างทั่วถึง ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมรวมถึงชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา และสาธารณสุข โดยต้องได้รับการดูแลและเยียวยาจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ในขณะที่ผู้ประกอบการต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อที่จะมีศักยภาพที่จะพัฒนาและผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อป้อนให้กับประเทศ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องสำหรับใช้ในการดำเนินชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป ” ดร.ดิเรก กล่าว

นอกจากนี้ กกพ. ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในงานการออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการทบทวนปรับปรุงกระบวนการและระเบียบ ประกาศ และเงื่อนไขการอนุญาตให้มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบได้ โดยได้ตั้งเป้าหมายจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558

2. ส่งเสริมกิจการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยงานสำคัญลำดับแรก ๆ ได้แก่ การประมูล IPP 5,400 เมกะวัตต์ที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าเกณฑ์การประมูลจะสามารถประกาศได้ในช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้มีการเปิดการยื่นซองประมูลได้ในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan - PDP) ซึ่งก็จะรวมถึงการปรับปรุงหลักเกณฑ์และกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (IPP) ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก(SPP) และผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กมาก (VSPP) และแผนการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan - AEDP) ซึ่งสิ่งสำคัญของการประมูลครั้งนี้ คือ โครงการดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการก่อสร้างไม่ได้ในอนาคต ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจการพลังงานให้มีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม

นอกจากนี้ กกพ. จะส่งเสริมการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายพลังงานระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ASEAN Power Grid (APG) หรือ Trans ASEAN Gas Pipelines (TAGP) เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

3. คุ้มครองสิทธิของผู้ใช้พลังงาน ผู้มีส่วนได้เสีย โดย กกพ. จะมีแผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองสิทธิผู้ใช้พลังงาน เพื่อสร้างการยอมรับและเน้นความเป็นธรรม พร้อมพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต (คพข.) หนึ่งในกลไกการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมภาคประชาชน โดยให้ความรู้ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการให้ความคุ้มครองผู้ใช้พลังงานในแต่ละพื้นที่ รวมถึงจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ทั้งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การศึกษา และสาธารณสุข โดยต้องได้รับการดูแลและเยียวยาจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าอย่างทั่วถึง

4. พัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ โดยจะดำเนินงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ(Public Sector Management Quality Award - PMQA) และการจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Award - TQA) เพื่อบริหารจัดการองค์กรตามเกณฑ์มาตรฐานสากลภายในปี 2560 และทบทวนและพัฒนาระบบฐานข้อมูลต่างๆให้เป็นศูนย์ความรู้และข้อมูลด้านพลังงาน ภายในปี 2560

กวิน ทังสุพานิช เลขาธิการ สำนักงาน กกพ. กล่าวถึงการดำเนินงานของ สำนักงาน กกพ.ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้กำกับกิจการพลังงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงทั้งการออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานรวมทั้งสิ้น 1,240 ฉบับ แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า 519 ฉบับ ใบอนุญาตประกอบกิจการก๊าซธรรมชาติ 14 ฉบับ ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 283 ฉบับ และใบอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม 424 ฉบับ

ขณะเดียวกัน ได้ปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าของประเทศไทยสำหรับปี พ.ศ.2554-2558 โดยกำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับปี 2554-2558 สอดคล้องกับนโยบายที่คณะกรรมการนโยยายพลังงานแห่งชาติ โดยใช้หลักการต้นทุนหน่วยสุดท้าย (Marginal Cost) เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งจะแบ่งต้นทุนของกิจการไฟฟ้าตามประเภทใบอนุญาตการประกอบกิจการไฟฟ้า 5 ประเภท โดยได้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าประเภทเดียวกันเป็นอัตราเดียวกันทั่วประเทศ (Unifrom Tariff) และ กกพ.ได้ประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้าใหม่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 เป็นต้นไป เป็นเวลา 2 ปี และ กกพ.ยังได้พิจารณาปรับลดค่าเอฟทีเพื่อลดภาระให้ผู้ใช้พลังงาน โดยนำเงินชดเชยจากการปรับลดการลงทุนที่ต่ำกว่าแผน (Claw Back) ของ 3 การไฟฟ้า และพิจารณามาตรการอื่นๆมาช่วยบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท และให้ กฟผ. รับภาระไปก่อนเป็นการชั่วคราวประมาณ 10,504 ล้านบาท รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ใช้พลังงานประจำเขต (คพข.) ทั้ง 13 เขตทั่วประเทศ จำนวน 143 คน เพื่อดูแลผู้ใช้พลังงานในพื้นที่ให้ได้รับบริการด้านไฟฟ้าที่เป็นธรรม และเหมาะสม

นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินงานด้านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า กกพ. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) จนถึงปัจจุบันได้มีการประกาศแล้ว 40 กองทุน และได้เห็นชอบแผนงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 แล้ว จำนวน 37 กองทุน คิดเป็นเงินรวมประมาณ 1,648 ล้านบาททั้งนี้ กกพ.จะเร่งโอนเงินให้กองทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ คพรฟ. นำไปดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนตามความต้องการของประชาชนรอบโรงไฟฟ้าต่อไป

ที่มา : www.thaipr.net

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

    สวทช. จัดงาน THAILAND TECH SHOW 2019 โชว์งานวิจัย 234 ผลงาน พร้อมจัดพิชชิ่ง 11 ผลงานเด่นปี’62  6/9/2562

    เตรียมจัดใหญ่ “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” มหกรรมด้านนวัตกรรมเพื่ออุตฯ การพิมพ์ – แพคเกจจิ้ง ใหญ่สุดของเอเชีย  5/9/2562

    ซัมซุง ร่วมกับ บีโอไอ จัดงาน “Samsung Electronics Sourcing Fair in Southeast Asia”  5/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved