» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

สสว. จับมือหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาใหญ่
TNN : Technologymedia News 8/19/2013





                สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว.จับมือหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาใหญ่ AEC and SMEs Challenges: Next Steps (Phase 4) ร่วมเปิดวิสัยทัศน์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน มุ่งเสริมศักยภาพความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง  ด้านสังคมและวัฒนธรรม ภายใต้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง ณ  คริสตัล ฮอล์ล ชั้น 3 โรงแรมพลาซ่า แอทธินี  รอยัล เมอริเดียน

                ชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว. )  กล่าวในงานสัมมนา AEC and SMEs Challenges: Next Steps (Phase 4) ว่า สสว. ได้เตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาและจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  โดยร่วมมือกับ หอการค้าไทย แลสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในนามคณะกรรมการ AEC Prompt จัดการประชุมและสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เพื่อนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ รวมทั้งโอกาสและอุปสรรค เมื่อเข้าสู่ AEC นอกจากนี้ยังได้เชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เยี่ยมชมงานในประเทศแถบภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า และอินโดนีเซีย

                “การจัดงานสัมมนา AEC and SMEs Challenges: Next Steps (Phase 4) ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 จะมุ่งเน้นการให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นอกเหนือจากทิศทางด้านการตลาดแล้ว ยังเสริมในเรื่องของวัฒนธรรม สังคม รสนิยม และปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการกลั่นกรองจากประสบการณ์ของผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการนั้นๆ บนพื้นฐานความแตกต่างกันในเรื่องของชนชาติ ศาสนาของแต่ละประเทศ  ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยจะต้องเรียนรู้” รักษาการแทนผู้อำนวยการ  สสว.  กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากภาพรวมการผลิตสินค้าของประเทศในอาเซียนจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ละประเทศจึงต้องหาจุดเด่นที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ  ประเทศอินโดนีเซีย จะเน้นการผลิตสินค้าฮาลาลต่างๆ  ในส่วนประเทศไทย หากแยกย่อยเป็นรายอุตสาหกรรม ธุรกิจที่มีความโดดเด่นและเหมาะสมสำหรับคนไทย คือธุรกิจในภาคการบริการ การท่องเที่ยวและหัตถกรรม รวมถึงการขนส่งสินค้าโลจิสติกส์ ที่เอสเอ็มอีไทยมีความโดดเด่น และมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการขนส่งและกระจายสินค้าไปยังต่างประเทศ

                ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ สสว. เห็นว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ต้องเร่งแก้ไข มีอยู่ 2 เรื่อง คือ ปัญหาเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่ง สสว. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยสนับสนุนงบประมาณ 193ล้านบาท เพื่อชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในอัตราร้อยละ3 ของวงเงินสินเชื่อ เป็นระยะเวลา 1 ปี วงเงินกู้ยืมไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท โดยให้บริการผ่านธนาคารและสถาบันการเงิน 7 แห่ง  คาดว่าจะช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการนี้ไม่น้อยกว่า 6,300 รายทั่วประเทศ และ องค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ อาทิ การออกแบบดีไซน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ แพคเกจจิ้ง ในส่วนนี้  สสว. ได้เปิดโครงการ Front Service และ คลีนิก SMEs อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ บริเวณชั้น G อาคารสำนักงาน สสว. โดยจัดพื้นที่ให้บริการและสนับสนุน SMEs ทั้งด้านข้อมูลองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจ ในรูปแบบกิจกรรม การฝึกอบรม การจับคู่ธุรกิจ การให้คำปรึกษาแนะนำ ตลอดจนจัดหาสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการดำเนินธุรกิจ

                 รวมถึงประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ไปสู่ผู้ประกอบการโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ ให้การฝึกอบรม ตลอดจนคำปรึกษาในด้านต่างๆ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง www.sme.go.th และในอนาคต สสว. ยังมีแผนช่วยเหลือผู้ประกอบการในลักษณะการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการอีกด้วย

                 อิสระ ว่องกุศลกิจ  ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การสัมมนาใหญ่ AEC and SMEs Challenges : Next Steps (Phase 4) ในครั้งนี้ เน้นให้ความสำคัญกับความเกี่ยวเนื่องกันระหว่าง 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 1. เสาทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง  2.เสาทางด้านสังคมและ  3.เสาทางด้านวัฒนธรรม  ซึ่งจะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในหลากหลายมิติ อาทิ ความร่วมมือกันในการลดต้นทุนการนำเข้า และการส่งออก การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ในการอยู่ร่วมกันในระดับพลเมืองและการทัดเทียมกันของประชาชนที่เป็นสมาชิกในแต่ละประเทศ เป็นต้น การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า  นอกจากจะช่วยเสริมสร้างความสามารถของประเทศภายในกลุ่มแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสทางด้านการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคให้กว้างขวางขึ้น การเสวนา 3 เสาหลักในครั้งนี้ ไม่เพียงมุ่งเน้นในเรื่องของผลกระทบต่อการส่งออกสินค้า และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ  แต่ยังให้ความสำคัญในประเด็นความมั่นคงและการออกกฎระเบียบระหว่างประเทศ ที่จำเป็นต้องมีความสอดคล้องร่วมกัน ตลอดจนการลงลึกรายละเอียดความแตกต่างในภาคสังคมและวัฒนธรรม และศาสนา เพื่อให้สมาชิกทั้ง 10  ประเทศ เกิดความกลมเกลียวสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้มแข็ง

                “จุดประสงค์ของการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อต้องการให้เห็นภาพกว้างของผลกระทบต่อการส่งออกสินค้า และมีแนวทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจของทั้ง 10 ประเทศ ให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบว่าควรเตรียมความพร้อมอย่างไรในการสร้างเศรษฐกิจความมั่นคง สังคม และวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียว  ซึ่งเรามองไปศักยภาพและอำนาจในการต่อรองกับเศรษฐกิจโลกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ   การสัมมนาครั้งนี้จะเป็นการสรุปประเด็นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ที่เน้นผลจากการลดอุปสรรคต่าง ๆ ลง เพื่อให้เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุนและแรงงานได้อย่างเสรี  ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น  เป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการภายในประเทศรองรับการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงและบรรเทาผลกระทบในเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่”  ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าว

                นอกจากนี้ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุน มีการปรับลดอุปสรรคเพื่อเข้าสู่ตลาดในแต่ละประเทศ  ทั้งในด้านมาตรการภาษีและอื่นๆ  ซึ่งธุรกิจของประเทศไทยจัดว่ามีข้อได้เปรียบ เนื่องจากไทยมีสินค้าหลกหลายที่มีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันสูง อาทิ  สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อาหาร  ผลิตภัณฑ์ยานยนต์  ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอีเล็กทรอนิกส์  รวมถึงธุรกิจในภาคบริการ อาทิ  การท่องเที่ยว การบริการสุขภาพของโรงพยาบาลและคลินิกเสริมความงาม  ผลิตภัณฑ์ประเภทเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องประดับ  เป็นต้น



Tags : สสว. • หอการค้าไทย • สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย • เอสเอ็มอีไทย • อาเซียน • เศรษฐกิจ • สังคม • วัฒนธรรม • ชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต • AEC Prompt • กัมพูชา • ลาว • เวียดนาม • พม่า • อินโดนีเซีย • อิสระ ว่องกุศลกิจ

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

    สวทช. จัดงาน THAILAND TECH SHOW 2019 โชว์งานวิจัย 234 ผลงาน พร้อมจัดพิชชิ่ง 11 ผลงานเด่นปี’62  6/9/2562

    เตรียมจัดใหญ่ “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” มหกรรมด้านนวัตกรรมเพื่ออุตฯ การพิมพ์ – แพคเกจจิ้ง ใหญ่สุดของเอเชีย  5/9/2562

    ซัมซุง ร่วมกับ บีโอไอ จัดงาน “Samsung Electronics Sourcing Fair in Southeast Asia”  5/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved