» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

กสอ. ชู 2 กลยุทธ์หนุน SME ฝ่าวิกฤตการเมืองไทย
TNN : Technologymedia News 12/24/2013





                กรุงเทพฯ 24 ธันวาคม 2556 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เผยกลยุทธ์ช่วยผู้ประกอบการผ่านวิกฤตการเมืองไทย ชู 2 แนวทาง  การรุกเปิดตลาดทางการค้าใหม่ และการเร่งสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ” ผ่าน โครงการการเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

                พร้อมกันนี้ได้เผยข้อมูลกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในปี 2556 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ยอดส่งออกสินค้าประเภทอะไหล่และยางรถจักรยานยนต์ภายในประเทศตกลงกว่า 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อยอดขายโดยรวมของกลุ่ม DIP SMEs Network ลดลงกว่า 30 – 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความไม่มั่นใจในเสถียรภาพทางการเมืองของกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อสินค้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยการเปิดตลาดใหม่และการนำวัตถุดิบทดแทนเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนการผลิตโดยการบริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการกระจายสินค้าไปยังตลาดเป้าหมายในต่างประเทศให้ครอบคลุมในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งแนวทางดังกล่าวยังเป็นการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้สามารถบุกตลาดการค้า การลงทุนใน AEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระจายความเสี่ยงในภาคอุตสาหกรรมด้วยการขยายฐานตลาดเป้าหมาย

                ปัจจุบัน กสอ. มีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการกว่า 40 โครงการ อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน (CORE) และโครงการ TEM ฯลฯ ที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยสามารถฝ่าวิกฤตการเมืองไทยในปี 2556 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจและเป็นช่วงไฮซีซั่น ที่ภาคการผลิตจะสามารถผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs จำนวนกว่า 2.646 ล้านรายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบอย่างมาก ทั้งในด้านยอดขายที่ลดน้อยลงทำให้ต้องชะลอกำลังการผลิต กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จึงได้นำเสนอกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมให้สอดรับกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน โดยการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคการผลิตเพื่อลดความเสี่ยง สำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่จะพึ่งพาตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังกระจายออกสู่ตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่  การรุกบุกตลาดใหม่ๆ  ให้กับผู้ประกอบการ SME  ไทยที่มุ่งเจาะกลุ่มประเทศใน AEC โดยชูโครงการการเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ผ่าน 3 กิจกรรม ได้แก่  การประเมินศักยภาพตนเอง ด้วยเครื่องมือ AEC Self Assessment  การทำแผนเออีซี ด้วยเครื่องมือ AEC Business Roadmap และการรวมกลุ่มธุรกิจ ด้วยเครื่องมือ AEC Cluster

                 อีกหนึ่งกลยุทธฺสำคัญ คือ การเร่งสร้างกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ “การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ SME  ในประเทศไทย” (DIP SMEs Network) โดยจะสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแก่ SME เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจและเป็นเวทีในการเปิดการค้าและการเจรจาทางธุรกิจ ผ่านโครงการ DIP SMEs Network Forum ที่จะสร้างฐานความรู้ให้ผู้ประกอบการนำไปต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ และกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดรับกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น และโครงการดังกล่าวยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านการตลาด นวัตกรรมการผลิต และระบบการจัดการบุคลากร ฯลฯ ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรม อาทิ   การซื้อและจำหน่ายสินค้าภายในกลุ่มเครือข่าย การศึกษาดูงานระหว่างกลุ่มเครือข่าย การเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรในเครือข่ายกับภาครัฐ การสร้างเครือข่ายเพื่อจับคู่ทางธุรกิจ ฯลฯ

                พรชัย รัตนตรัยภพ ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการ SME  ในประเทศไทย (DIP SMEs Network) กล่าวว่า   จากปัญหาทางการเมืองที่เกิดอยู่ ณ ปัจจุบันนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มผู้ประกอบการ SME  ในประเทศไทย    โดย SMEที่อยู่ในเครือข่ายทั่วประเทศ มียอดขายลดลงถึงกว่า 30 - 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อสินค้ามีความไม่มั่นใจในสถานภาพทางการเมือง จึงลดยอดการสั่งซื้อลง และเก็บเงินเพื่อที่จะนำมาใช้ยามฉุกเฉินมากยิ่งขึ้น ฉะนั้น ปริมาณความต้องการสินค้าภายในตลาดโดยรวมจึงลดน้อยลง ผนวกกับสภาวะทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของประเทศมีการชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศได้ทะยอยเทขายหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะขาดความมั่นใจในทิศทางทางการเมือง และการสานต่อนโยบายการลงทุนของรัฐบาลชุดใหม่ อีกทั้งยอดสั่งซื้อในต่างประเทศก็ชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศกลัวว่า วิกฤตทางการเมืองจะทำให้โรงงานที่ผลิตสินค้าผลิตและขนส่งสินค้าให้ไม่ทันต่อเวลาที่กำหนด เพราะได้รับผลกระทบเหมือนในสมัยปี 2550 ที่มีการปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง  ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าสู่ต่างประเทศได้ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากต่อกลุ่มผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ    

                ทางกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการ SME ในประเทศไทยจึงได้มีการปรับตัว โดยใช้กลยุทธ์การนำวัตถุดิบทางเลือกที่มีราคาถูกลงเข้ามาทดแทนวัตถุดิบเดิมที่มีราคาสูง ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนในภาคการผลิตลงได้กว่า 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ทางกลุ่มเองได้มีการแลกเปลี่ยนในเรื่องของวัตถุดิบของผู้ประกอบการ SME  ภายในกลุ่มเป็นประจำอยู่แล้ว  ทำให้การหาวัตถุดิบที่เหมาะสมในแต่ละภาคการผลิตเป็นเรื่องที่ง่าย ซึ่งต้องขอขอบคุณทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ได้จัดตั้งเครือข่ายผู้ประกอบการ SME  ในประเทศไทย (DIP SMEs Network) เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้สามารถรองรับกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้ประกอบการอยากเห็นการกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ไม่อยากให้สถานการณ์ยืดเยื้อออกไปเรื่อยๆ เพราะจะกระทบต่อเศรษฐกิจในระยาว

                ด้าน ชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ดี. รับเบอร์ จำกัด  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่ทดแทนประเภทยางนอกและยางใน) กล่าวว่า จากสภาวะทางการเมืองในปี 2556 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดการขายภายในประเทศของบริษัทฯ  โดยความต้องการสินค้าประเภทอะไหล่และยางรถจักรยานยนต์จากทั้งบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และตลาดทดแทนมีการชะลอการสั่งสินค้า เนื่องจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและผู้บริโภคในประเทศขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล และความวุ่นวายทางการเมือง ประกอบกับการขยายตัวของข้อตกลงทางการค้าเสรีที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าในประเทศไทยลดลง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบอัตราการขยายตัวภายในประเทศในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2556 เทียบกับปี 2555 มีอัตราการขยายตัวลดลงมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์  ทั้งนี้บริษัทฯ จึงได้วางแผนล่วงหน้า โดยมีการลดกำลังการผลิตลงบางส่วน และขยายตลาดการส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นตลาดในเอเชีย และตะวันออกกลาง เนื่องจากมีการขยายตัวของตลาดรถจักรยานยนต์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าเมื่อมีการหาตลาดใหม่ๆ เข้ามาทดแทน ในปี 2557 น่าจะยังคงสามารถรักษาอัตราการเติบโตของบริษัทฯได้

                โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการการเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) กับ กสอ. โดยกสอ. จะมีการพาผู้ประกอบการไปเปิดตลาดพร้อมทั้งการจับคู่ทางธุรกิจ หรือ Business Matching ใน AEC อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าในปี 2558 ที่จะมีการเปิด AEC     ทางบริษัทฯ จะมีความพร้อมในการบุกตลาดอย่างเต็มกำลังมากยิ่งขึ้น

                อรรชกา กล่าวสรุปว่า ในปี 2556 นอกเหนือจากทั้ง 2 โครงการนี้แล้ว กสอ.ยังมีโครงการอีกกว่า 40 โครงการที่จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีศักยภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน (CORE) เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้ต้นทุนสินค้าและบริการต่อหน่วย อันนำไปสู่การวางกลยุทธ์การตลาด  การผลิตในการลดต้นทุน และการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                 โดยผู้ประกอบการสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาเป็นความคิดรวบยอดและเกิดทักษะด้านการบริหารต้นทุนสินค้าและต่อยอดไปสู่การบริหารการผลิตเพื่อลดต้นทุนสินค้าและบริการอย่างมีประสทธิภาพ โครงการการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับอุตสาหกรรม (TEM) ที่จะทำให้การบริหารจัดการพลังงานในโรงงานอย่างถูกต้องและเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการลดต้นทุนการผลิตและพัฒนากระบวนการผลิตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โครงการให้คำปรึกษาแนะนำ  เชิงลึกแก่ SME  ด้วยระบบ LEAN โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแก่บุคลากรในองค์กร และการให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อยกระดับความสามารถและเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมอย่างสูงสุด  



Tags : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม • กระทรวงอุตสาหกรรม • กลยุทธ์ • ผู้ประกอบการ • วิกฤตการเมืองไทย • ตลาด • เครือข่าย • ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน • DIP SMEs Network • โครงการ TEM • อรรชกา สีบุญเรือง • นวัตกรรม

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

    สวทช. จัดงาน THAILAND TECH SHOW 2019 โชว์งานวิจัย 234 ผลงาน พร้อมจัดพิชชิ่ง 11 ผลงานเด่นปี’62  6/9/2562

    เตรียมจัดใหญ่ “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” มหกรรมด้านนวัตกรรมเพื่ออุตฯ การพิมพ์ – แพคเกจจิ้ง ใหญ่สุดของเอเชีย  5/9/2562

    ซัมซุง ร่วมกับ บีโอไอ จัดงาน “Samsung Electronics Sourcing Fair in Southeast Asia”  5/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved