» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

รับมือทุกภัยพิบัติอย่างชาญฉลาดด้วยดิจิตอลโมเดล 3 มิติ
TNN : Technologymedia News 5/16/2014


โดย มร. เจียนลูก้า แลงก์, ผู้จัดการฝ่ายอุตสาหกรรมประจำภูมิภาคอาเซียน ออโตเดสก์

การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยที่ไม่มองล่วงหน้าถึงอนาคตมักก่อให้เกิดปัญหาการพังทะลายเมื่อเกิดภัยพิบัติอันคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยสาเหตุของวิกฤตการณ์ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นมาจากสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าพื้นที่ของประเทศไทยนั้นจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงมากมายเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางภาคเหนือซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างมากมายรวมไปถึงถนนหลายสายและสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น วัดร่องขุ่น ที่สร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ซึ่งชำรุดเสียหายหนักและต้องปิดเพื่อซ่อมแซมอย่างไม่มีกำหนด

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นมาความแรงถึง 6.3 ริกเตอร์และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกมากกว่า 700 ครั้งและได้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 2 รายและบาดเจ็ดอีกหลายสิบคน ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้มีความรุนแรงมากจนตึกสูงในกรุงเทพฯ สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เคยกล่าวไว้ว่าสิ่งก่อสร้างในกรุงเทพฯ กว่าร้อยหลังอาจเสี่ยงต่อไฟไหม้หากเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากตึกเหล่านี้ไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีสมัยใหม่นั้นสามารถช่วยรัฐบาล, นักวางแผน และวิศวกรในการในการนำเสนอทางออกที่ดีกว่าให้ได้ โดยการคาดการณ์เหตุการณ์สภาพแวดล้อมของการก่อสร้างที่อาจเกิดขึ้นได้ เทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยเรื่องกลยุทธ์ในเชิงรุกซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพของตึกในการป้องกันภัยพิบัติให้ดียิ่งขึ้น

รัฐบาลจะต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการป้องกันและลดความเสียหายอันจะเกิดจากเหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลรักษาแบบระยะยาว รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีจากออโตเดสก์และที่อื่นๆ ได้มีการผสมผสานระหว่างการออกแบบทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน หากว่าตัวเมืองมีการใช้ฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ โดยใช้ข้อมูลนี้เชื่อมโยงกันกับโครงสร้างพื้นฐานทั้งวงจร รวมไปถึงกระบวนการก่อสร้างและซ่อมแซม การบูรณาการนี้จะช่วยให้การวางผังเมืองและการจัดการต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น

เมืองจำลองดิจิตอลโมเดล 3 มิติ

การจำลองโมเดลเมืองเป็น 3 มิติจะสามารถช่วยให้ ผู้ก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร รวมไปถึงสาธารณชนสามารถเห็นภาพรวมของเมืองและจัดลำดับความสำคัญในการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติได้ ดังนั้นการซ่อมแซมจึงมีความรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นต้องมีการบูรณะให้กลับไปเป็นปกติมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลยังสามารถใช้ในการวางแผนสิ่งก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ซึ่งในกรณีนี้ หากทางรัฐได้ใช้ดิจิตอลโมเดลในการจำลองเมืองทั้งเมือง โดยในโมเดลจะมีข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนดินและใต้ดิน โดยข้อมูลนี้ผู้ที่ทำการวางผังเมือง, วิศวกร, โยธาธิการ และคนอื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้มันและช่วยให้ระบุตำแหน่งพื้นที่ที่ดีที่สุดคือการพัฒนาในอนาคตได้

ยกตัวอย่างเช่น ลาสเวกัสได้สร้างโมเดลเมืองจำลอง 3 มิติ ด้วยความช่วยเหลือจาก วีทีเอ็น คอนซัลติ้งและออโตเดสก์ ซึ่งในโมเดลจะมีข้อมูลทั้งหมดทางภูมิศาสตร์โดยรอบและรายละเอียดอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนดินและใต้ดินซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เหล่าวิศวกร นักวางผังเมืองและทีมงานได้มากขึ้นกว่าวิธีเก่าๆ โดยโมเดลได้ถูกสร้างขึ้นมาจากโปรแกรม Autodesk InfraWorks, Autodesk Civil 3D และ Autodesk Navisworks Manage software ที่ได้จำลองโมเดลของเมืองออกมาอย่างมีชีวิตชีวา

ขั้นตอนต่อไป หากองค์ประกอบทั้งหมดได้ถูกบันทึกลงในโมเดลแล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายในการจำลองภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อให้เห็นภาพว่าโครงสร้างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นหากประสบกับภัยพิบัติเช่นนี้ ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวจะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ถึงสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้นรวมไปถึงสามารถวางแผนการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่สุด หรือในกรณีที่เกิดภัยพิบัติขึ้นจริง โมเดลจำลองนี้ก็จะช่วยให้หน่วยกู้ภัยสามารถวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

สำหรับทีมกู้ภัยที่ต้องควบคุมเหตุเป็นกลุ่มแรกๆ เช่น ตำรวจหรือพนักงานดับเพลิง แบบจำลอง 3 มิติ จะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องเสี่ยงภัยไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ อย่างไม่รู้ทิศทาง แต่พวกเขาเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วในการในการสำรวจแบบจำลองนี้ เพียงแค่หน่วยกู้ภัยทีมแรกถือ iPad ที่แสดงโมเดล 3 มิติซึ่งระบุว่าท่อก๊าซอยู่ที่ไหนก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปยังสิ่งก่อสร้างที่เสียหายนั่น ข้อมูลดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ถ้าหากไม่มีเมืองดิจิตอลโมเดล 3 มิติ

ถ้าหากว่ารัฐบาลยังไม่สนใจในการลงทุนทำการจำลองเมืองทั้งเมืองเป็นโมเดล 3 มิติ ก็ยังพอมีความหวังในการรับมือและป้องกันภัยพิบัติจากธรรมชาติได้บ้าง โดยเราสามารถเห็นได้ว่าโซลูชั่นของทางออโตเดสก์นั้นได้ถูกใช้และประสบความสำเร็จมากมายโดยเหล่ามืออาชีพ , นักวางแผน รวมไปถึงหน่วยงานรัฐ ในการคาดการณ์ผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ซึ่งเทคโนโลยีของออโตเดสก์ยังสามารถใช้สำหรับทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากพายุและน้ำท่วมได้ด้วยเช่นกัน

แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหน?

ในขณะที่ประเทศในเอเชียมีการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดจากภัยพิบัติตามธรรมชาติก็สูงมากขึ้นเช่นกัน กว่าเราจะสามารถทำความเข้าใจวิถีของภัยพิบัตินี้ให้ดีขึ้นได้ก็สายไปเสียแล้ว พวกเราเองก็ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำได้ว่า ไต้ฝุ่น น้ำท่วม และแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นที่ไหน แต่เรารู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและไม่มีทางเลี่ยงได้ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ดังนั้นการใช้ดิจิตอลโมเดล 3 มิติสำหรับสิ่งก่อสร้างต่างๆ หรือการวางผังเมือง เพื่อศึกษาและเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับประเทศไทยในการเข้าสู่ยุคแห่งโลก 3 มิติ

ถ้าหากว่าเราไม่สนใจเริ่มต้นกับเทคโนโลยีใหม่นี้ และรอจนกว่าจะเกิดภัยพิบัติก่อน อาจสายเกินแก้ หากเราต้องการลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต แบบจำลองดิจิตอลถือว่าเป็นหนึ่งในคำตอบของคำถามนี้ เราจะสามารถจำลองภาพและสร้างสถานการณ์จำลองว่าโครงสร้างต่างๆ จะได้รับผลกระทบอย่างไรหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ คงไม่มีอะไรจะกระทบจิตใจมากไปกว่าการเห็นสะพานรุ่นเก่าๆ ที่เราเห็นจนชินตาอยู่ทุกวันได้พังทลายไปต่อหน้าต่อตาในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มลงมือสร้างความยั่งยืนและความปลอดภัยให้กับเมืองของเราเอง

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

    สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย ชี้ อุตฯ ลวด - ท่อ ปี 63 โตแตะ 17.4 ล้านตัน 11/9/2562

    เดลต้านำเสนอดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ภายในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand 9/9/2562

    ครม.เศรษฐกิจ คลอดแพคเกจ 7 ด้าน เร่งรัดการลงทุน 9/9/2562

    สวทช. จัดงาน THAILAND TECH SHOW 2019 โชว์งานวิจัย 234 ผลงาน พร้อมจัดพิชชิ่ง 11 ผลงานเด่นปี’62  6/9/2562

    เตรียมจัดใหญ่ “แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” มหกรรมด้านนวัตกรรมเพื่ออุตฯ การพิมพ์ – แพคเกจจิ้ง ใหญ่สุดของเอเชีย  5/9/2562

    ซัมซุง ร่วมกับ บีโอไอ จัดงาน “Samsung Electronics Sourcing Fair in Southeast Asia”  5/9/2562

    สปป.ลาว – ไทย – มาเลเซีย ประสบความสำเร็จ ขยายความร่วมมือเชื่อมโยงไฟฟ้าระหว่าง 3 ประเทศภายใต้กรอบอาเซียน 300 MW 4/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved