» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

นักวิจัย สกว.ย้ำชัดสึนามิยังไม่เกิดในไทย เตือนอย่าประมาทและเตรียมพร้อมรับมือ
TNN : Technologymedia News 6/26/2014


รศ. ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เป็นประธานแถลงข่าว เรื่อง “สึนามิเมืองไทยรอบสอง ความเป็นไปได้หรือข่าวลือ” ณ ห้องประชุม สกว. ซึ่งจัดขึ้นเพื่อนำเสนอการวิเคราะห์เหตุการณ์คลื่นลมแรงทั้งจากฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย จากเครือข่ายนักวิชาการของ สกว. ที่จะชี้แจงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงคลายข้อวิตกกังวลว่าจะเกิดสึนามิในประเทศไทยอีกครั้งหรือไม่ ด้วยองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับพิบัติภัยธรรมชาติของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ตลอดจนเป็นเวทีรับฟังแลกเปลี่ยนกับสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันหาทางออกในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ

รศ. ดร.อมร พิมานมาศ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร อธิบายว่าปรากฏการณ์คลื่นลมแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นผลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้โดยมีแหล่งกำเนิดจากมหาสมุทรอินเดียที่นำมวลอากาศชื้นมาสู่ประเทศไทย ทำให้มีเมฆมากและฝนตกชุกทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามบริเวณชายฝั่งทะเลและเทือกเขาด้านรับลมจะมีฝนมากกว่าบริเวณอื่นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมก็จะอ่อนกำลังลงและมีลมหนาวพัดจากจีนเข้ามาแทนที่ ส่วนแผ่นดินไหวขนาด 9.2 ริกเตอร์ที่ทำให้เกิดสึนามิในปี 2547 นั้น เกิดขึ้นตามแนวมุดตัวระหว่างแผ่นมหาสมุทรอินเดียมุดใต้แผ่นพื้นทวีปพม่า แล้วปลดปล่อยพลังงานเท่ากับระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา 2.3 หมื่นลูก ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเนื่องจากไม่มีระบบเตือนภัย ทั้งนี้แนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกจะเกิดแผ่นดินไหวได้มากมายทั้งแนวด้านตะวันตกและตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งมีผลต่อชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยตามลำดับ แต่คำถามของสังคมว่าจะมีโอกาสเกิดสึนามิรอบสองหรือไม่นั้น ตามหลักแนวมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกที่ชายฝั่งตะวันตกบริเวณเกาะสุมาตรา มีการมุดตัวด้วยอัตรา 67 มิลลิเมตรต่อปี และเป็นแนวที่ยาว ทำให้พลังงานจำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยไปและอาจกระตุ้นให้เกิดแรงสั่นสะเทือนยังจุดอื่นได้ จึงยังนับว่ามีความเสี่ยงอยู่

สำหรับการเกิดซ้ำของแผ่นดินไหวขนาด 8.5 ริกเตอร์ตามแนวมุดตัวสุมาตรนี้ จะเกิดได้ทุก 300 ปี แต่ก็มีค่าความไม่แน่นอนสูง ซึ่ง นักวิจัยกำลังวิเคราะห์กันอยู่แต่ไม่ง่ายที่จะบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนและเวลาใดบ้าง ซึ่ง 6 จังหวัดที่มีความเสี่ยง ได้แก่ พังงา กระบี่ ระนอง ภูเก็ต ตรัง ระนอง สตูล และหมู่เกาะในทะเลอันดามัน สำหรับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย แนวมุดตัวที่ใกล้ที่สุด คือ แนวร่องมะนิลา แต่ก็อยู่ไกลมากและใช้เวลาเดินทางนานนับสิบชั่วโมงกว่าจะมาถึงอ่าวไทย เราจึงสามารถเตือนภัยได้ทัน อีกทั้งความสูงคลื่นจะลดลงตามระยะเวลาที่เคลื่อนที่ผ่านมา จึงไม่น่ากังวลแต่อย่างใด ทั้งนี้ข้อเท็จจริงที่ควรทราบ คือ สึนามิจะเกิดขึ้นได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 7-8 ริกเตอร์ขึ้นไป หรืออุกกาบาตชนโลกหรือเกิดพื้นดินถล่มลงในมหาสมุทร แต่แผ่นดินไหวบนบก เช่น ที่อ.พาน เชียงราย ไม่ทำให้เกิดสึนามิได้ และแผ่นดินไหวที่จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้นั้นต้องเกิดจากการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกในแนวดิ่ง จึงยอมรับว่าฝั่งอันดามันมีความเสี่ยงและไม่ควรประมาท ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ชายฝังอ่าวไทยมีความเสี่ยงจากสึนามิน้อยมาก แต่เสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเปลี่ยนเป็นพายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่นได้มากกว่า โดยเฉพาะไต้ฝุ่นซึ่งมีคาบการเกิดซ้ำ 50 ปี

“คลื่นสึนามิเกิดจากแผ่นดินไหว หากไม่มีระบบแจ้งเตือนสึนามิ อาจเกิดความเสียหายมาก โดยมีข้อสังเกตคือ ชายฝั่งทะเลจะแห้งและน้ำลดลง สำหรับมาตรการลดผลกระทบที่ควรดำเนินการ คือ การติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิรวมถึงมีแผนที่หลบภัย รวมถึงต้องมีมาตรการซักซ้อมอพยพด้วย ส่วนมาตรการด้านอาคารและที่หลบภัยแนวดิ่งหรือแนวตั้ง ทำได้ 3 รูปแบบ คือ การปรับปรุงอาคารที่มี่อยู่ให้เป็นสถานที่หลบภัย การก่อสร้างอาคารหลบภัยแบบชั่วคราว หรือแบบถาวร ตัวอย่างมาตรการด้านอาคารที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่ เช่น ชายหาดป่าตอง ภูเก็ต กำหนดให้มีอาคารในพื้นที่ที่แข็งแรงเป็นอาคารหลบภัย ส่วนพื้นที่ชุมชนรีสอร์ทเฉพาะแห่ง เช่น เขาหลัก จ.พังงา ควรสร้างแบบชั่วคราว ขณะที่บางพื้นที่เป็นชุมชนประมงขนาดใหญ่ เช่น บ้านน้ำเค็ม ควรสร้างแบบถาวร ทั้งนี้ไม่ควรสร้างห้องใต้ดินเพราะจะเป็นอุปสรรคต่อการเตือนภัย และต้องใช้วัสดุคุณภาพดี” รศ. ดร.อมรกล่าวทิ้งท้าย

ดร.ธีรพันธ์ อรธรรมรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวทำความเข้าใจต่อภัยแผ่นดินไหวและสึนามิที่ถูกต้องว่า ภัยแผ่นดินไหวยังเป็นภัยธรรมชาติประเภทเดียวที่ไม่สามารถทำนายได้ว่าจะเกิดขึ้นได้ ตามหลักมาตรฐานระดับสากลนั้นไม่ต้องการที่จะทำนายแผ่นดินไหวเพราะแม้จะทำนายได้ก็ไม่สามารถย้ายบ้าน และสถานที่สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ได้ ดังนั้นความพยายามที่จะลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้จึงสำคัญที่สุด และไม่ควรหลงเชื่อข่าวลือในการทำนายแผ่นดินไหวเพราะจะทำให้เกิดความตื่นตระหนก และจำเป็นต้องมีสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวโดยความร่วมมือของทุกประเทศไทยในโลก ซึ่งสามารถบอกได้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่จุดใดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมายังไม่มีสถานีใดตรวจวัดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเลอันดามัน ศูนย์เฝ้าระวังทั่วโลกยังไม่มีคำเตือนและหน่วยงานราชการยังไม่แจ้งเตือน ข่าวที่แพร่ออกมาว่าจะเกิดจึงเป็นเพียงข่าวลือ ทั้งนี้หากมีสึนามิจะมีการประกาศเตือนแผ่นดินไหวใหญ่ทั่วโลกและแจ้งเตือนถึงระยะเวลาที่คลื่นจะเข้าฝั่งภายในเวลา 30 นาที

จากประวัติการเกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย น้ำท่วมและคลื่นลมทะเลที่สูงผิดปกติเนื่องจากพายุ อาจถูกเข้าใจผิดและบันทึกเป็นสึนามิได้ ทั้งนี้การเกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดียที่เกิดโดยรอยมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกด้านทะเลอันดามันค่อนข้างจะมีพลังและก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ได้ แต่รอยมุดตัวของนี้อยู่ห่างจากไทยประมาณ 500-600 กม. ดังนั้นระบบเตือนภัยที่มีอยู่จึงสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 1-3 ชม. เหตุการณ์ในปี 2547 นั้นไม่เกิดขึ้นบ่อยเพราะต้องใช้เวลานานในการสะสมพลังงานเนื่องจากแผ่นเปลือกโลกใช้เวลาดันเข้าหากัน แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลมากกว่าคือ การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจมีผลต่อกรุงเทพฯ ซึ่งในบริเวณภาคตะวันตกของพม่าเคยเกิดแผ่นดินไหวใหญ่มากกว่า 8.5 ริกเตอร์ และมีรอบการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 8.0 ริกเตอร์ อย่างไรก็ตามแม้จะเกิดขึ้นจริงแต่ระบบเตือนภัยของไทยก็สามารถแจ้งเตือนได้ก่อนคลื่นเข้ามา ดังนั้นการเตรียมความพร้อมภัยแผ่นดินไหวและสึนามิโดยการสร้างอาคารให้แข็งแรงจึงเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุด

ด้าน ผศ. ดร.อาณัติ เรืองรัศมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าแนวมุดตัวที่มีผลต่อไทยคือ ฝั่งตะวันตกของฟิลิปปินส์ที่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่อันเป็นผลจากการมุดตัวของเปลือกโลก ไทยอยู่ห่างหลายพันกม. แต่ก็ได้ทำการศึกษาภาพจำลองสึนามิโดยอาศัยข้อมูลที่จำเป็น คือ แผนที่ภูมิประเทศใต้ท้องทะเล ศึกษาจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ วิเคราะห์หาการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกและผิวน้ำ โดยมีระยะเวลาในการเดินทางเข้าหาชายฝั่งจากรอยเลื่อนมะนิลาถึงอ่าวไทยหลายสิบชั่วโมง และคลื่นจะลดระดับความสูงลง ดังนั้นจึงมีเวลาเพียงพอที่จะเตือนภัย ส่วนเราจะอยู่กับภัยสึนามิได้อย่างไรนั้น จากการจำลองสึนามิและการเตือนภัยสึนามิของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และระบบของภูมิภาค พบว่า ความจำเป็นที่ต้องมีการจำลองสึนามิจะช่วยตอบคำถามว่าบ้านเรือนของประชาชนจะได้รับผลกระทบหรือไม่ หากเกิดเหตุการณ์จะอพยพไปที่ใด สึนามิจะมาถึงตอนไหนและมีเวลาอพยพนานเท่าใด โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์จำลองการยกตัวของเปลือกโลกและผิวน้ำ ซึ่งขั้นตอนการจำลองสึนามิ คือ ข้อมูลความลึกของทะเล ประเมินขนาดแผ่นดินไหว ความลึก ตำแหน่ง คำนวณการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก ทำการจำลองสึนามิ นำเสนอผล (เวลาที่มาถึงและความสูง)

“จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยทุกท่านสรุปได้ว่าการเดินทางของคลื่นฝั่งอ่าวไทยใช้เวลาเดินทางนานนับสิบชั่วโมง และความสูงคลื่นจะลดไปในระดับที่เล็กน้อยมาก ดังนั้นจึงหมดความกังวลได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องมีการเตรียมความพร้อมและระมัดระวังกันมากขึ้น โดยความเสี่ยงของการเกิดสึนามิจะอยู่ที่ฝั่งอันดามันมากกว่า เพราะอยู่ใกล้เคียงแนวมุดตัวของเปลือกโลก สิ่งที่ควรกังวลคือพายุหมุนเขตร้อนมากกว่า เพราะสึนามิใช้เวลาสะสมพลังงานนานมาก แต่อาจกระตุ้นให้เกิดแนวอื่นได้ จึงตองเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง” รศ. ดร.อมร กล่าวสรุป

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    นักวิจัยแนะสำรวจอาคารในกทม.ออกแบบตามมยผ. ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดในแอ่งดินอ่อนเพิ่มขึ้น รับมือแผ่นดินไหว 21/11/2562

    สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้าง คาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง 15/11/2562

    ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี’62 มีรายได้รวม 33,611 ล้านบาท ทุ่มทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นนวนครการไฟฟ้า เสริมความมั่นคงทางธุรกิจ 15/11/2562

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved