» Home » Magazine » News » Column » Article » Knowledge » Law » About us

วสท.ร่วมกับสอท.เสนอมาตรการป้องกันเหล็กจีนทุ่มตลาดไทย
TNN : Technologymedia News 10/8/2014


วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นำโดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วสท. และ กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอรัฐบาลไทยออกมาตรการป้องกันเหล็กจีนทุ่มตลาดด้วยราคาต่า จากปัญหาเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตคุณภาพต่ำและเจือโบรอนเพื่อการอุดหนุนและเลี่ยงภาษีตามพิกัดศุลกากรไทย เผยการถล่มพังของสะพานและอาคารในจีน ทาให้นานาประเทศหวั่นวิตก ชี้ผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สิน สังคม สาธารณูปโภคทั่วประเทศ อุตสาหกรรมก่อสร้าง การผลิตเหล็กและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องและจะบั่นทอนขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย เสนอ 5 มาตรการสกัดการนำเข้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจากจีน รวมทั้งการยกระดับมาตรฐาน มอก. เกี่ยวกับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตใหม่

เหล็กเส้นเจือโบรอน หรือ อัลลอยด์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เผยว่า “ ประเทศไทยนับเป็นผู้นำเข้าเหล็กสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยที่ผ่านมานำเข้าเฉพาะเหล็กแผ่น เหล็กรูปพรรณ และเหล็กลวด แต่ตอนนี้ผู้นำเข้าในประเทศไทยเริ่มมีการเตรียมการนำเข้าสินค้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจากประเทศจีนมายังประเทศไทยซึ่งอาจมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอและนำเข้ามาในราคาที่ต่ำมากกว่าปกติ เนื่องจากผู้ผลิตเหล็กเส้นในประเทศจีนได้รับการสนับสนุนการส่งออกจากรัฐบาล เพราะส่วนใหญ่เป็นรัฐวิสาหกิจ เช่น การสนับสนุนที่ดิน พลังงาน เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาด การยกเว้นการจ่ายเงินปันผลและภาษีรายได้นิติบุคคล สร้างความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิต ทาให้ประเทศจีนส่งออกสินค้าเหล็กเส้นไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในอาเซียน ซึ่งนอกจากจะได้รับการอุดหนุนจากทางการจีนเองแล้ว ยังเจตนาใช้ช่องว่างทางกฎหมายส่งออกสินค้า เหล็กเส้นเจือโบรอน หรือ อัลลอยด์ ซึ่งถือเป็นเหล็กเกรดพิเศษ เหมาะสาหรับรถยนต์มีคุณสมบัติเพิ่มความแข็งแต่ไม่เหนียว ในความเป็นจริงแล้วเหล็กเส้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่มีความจำเป็นต้องมีการเจืออัลลอยด์ใดๆ ทั้งนี้ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนานยาง (Nanyang Technological University)แห่งสิงคโปร์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ยืนยันเช่นเดียวกันว่าผู้ผลิตในประเทศจีนมีเจตนาเจือสารโบรอนหรืออัลลอยด์ เพื่อจะได้รับการสนับสนุนพิเศษจากรัฐบาลจีน การกล่าวอ้างว่าเป็นเหล็กเส้นเจืออัลลอยด์มิใช่เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตยังทำให้ได้รับประโยชน์จากการไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรนำเข้าของประเทศไทยในอัตรา 5 % อาจส่งผลให้ได้รับประโยชน์ และมีแนวโน้มจะครอบครองตลาดอันจะนาไปสู่การผูกขาดตลาดเหล็กในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากดั๊มพ์ราคาต่า เมื่อผูกขาดได้แล้วก็จะเป็นผู้กำหนดราคาตลาดเอง

เหตุใดจึงต้องปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของไทย

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กล่าวว่า “เหตุที่ต้องปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไว้ให้พ้นการผูกขาดจากการทุ่มตลาดของเหล็กจีนที่อาจเลี่ยงภาษีและอาจมีปัญหาด้านคุณภาพมาตรฐานที่ต้องการความสม่ำเสมอ เพราะ

  1. อุตสาหกรรมเหล็กเป็นหนึ่งในวัสดุสาคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของทรัพย์สินประชาชน สังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอาคารสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือนของประชาชน และสาธารณูปโภคทั่วประเทศ เหล็กเส้นในโครงสร้างอาคารเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของร่างกาย ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของโครงสร้างทั้งหมดและเป็นจุดเชื่อมต่อให้กับอวัยวะสาคัญอื่นๆ ของร่างกาย สาหรับเหล็กเส้นแล้วเมื่อนำไปสร้างไม่สามารถรื้อถอนและเปลี่ยนทดแทนให้แข็งแรงได้เหมือนเดิมไม่เหมือนวัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้างอื่นๆ ดังนั้นเลือกใช้เหล็กเส้นที่ดีตั้งแต่ เริ่มต้นโครงการแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยก็จะอยู่ไปตลอดการใช้งานและการอยู่อาศัย
  2. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตด้อยคุณภาพจะทำลายคุณภาพมาตรฐานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เมื่ออยู่ในเนื้อคอนกรีต ก็ไม่มีใครมองเห็นถึงคุณภาพภายใน หากปล่อยให้เหล็กด้อยคุณภาพเข้ามาได้ ยากแก่การตรวจสอบให้ทั่วถึงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ จึงควรปรับปรุงมาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรมและกระบวนการตรวจสอบ เช่น กำลังดึงของเหล็กขั้นต่ำถึงขั้นสูงให้มีระยะที่แคบลง เนื่องจากมีผลต่อความมั่นคงปลอดภัยในสิ่งก่อสร้างมากยิ่งขึ้น เหล็กที่มีกำลังดึงสูงนั้นผลิตง่ายแต่ขาดความยืดหยุ่น เมื่อเจอแรงกระทบซึ่งอาจทาให้อาคารพังลงทั้งหลังได้ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่ดีควรมีกำลังดึงสม่าเสมอตามมาตรฐานที่กาหนดตามประเภทการใช้งานแต่ละชนิด
  3. คุณภาพของการก่อสร้างสาธารณูปโภคและเมกะโปรเจค เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตมีผลต่ออายุการใช้งานและคุณภาพของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น เช่น งานก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ทางด่วนมอเตอร์เวย์ในภูมิภาค โครงการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งงานก่อสร้างภาคเอกชน อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรต่างๆ 4. การค้าที่ไม่โปร่งใสและเลี่ยงภาษี (Trade Abuse) จะทำความเสียหายต่อประเทศชาติ จากการอาศัยช่องโหว่ในการนาเข้าสินค้าโดยเปลี่ยนแปลง "พิกัดศุลกากร" จาก "เหล็กเส้น" เป็น "เหล็กเจือธาตุอื่น" ทาให้เปลี่ยนแปลงอัตราภาษีนาเข้าจาก 5 % เป็น 0 % รัฐต้องสูญเสียรายได้ประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อปี 5.ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของหลากหลายอุตสาหกรรมและการลงทุน หลายอุตสาหกรรมใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบ หากปล่อยให้อุตสาหกรรมเหล็กของไทยอ่อนแอและถูกผูกขาดโดยเหล็กนำเข้า จะสร้างผลกระทบต่อต้นทุนและขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทย และจะกลายเป็นภาระของประชาชนในที่สุด”

สภาวะตลาดเหล็กของไทย

คุณนิกร สุศิริวัฒนนนท์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การบริโภคเหล็กโดยรวมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 10.8 ล้านตันในปี 2009 มาเป็น 17.7 ล้านตัน ในปี 2013 แต่ปริมาณการผลิตในประเทศกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูการบริโภคเหล็กทรงยาวเพิ่มขึ้นจาก 4.1 ล้านตันในปี 2009 เป็น 5.9 ล้านต้นในปี 2013 นั้นกลับทำให้ประเทศไทยเสียดุลการค้าและพึ่งพาต่างประเทศ โดยเป็นปริมาณนำเข้าจาก 1 ล้านตันในปี 2009 มาเป็นเกือบ 3 ล้านตันในปี 2013 ทั้งๆที่กำลังผลิตในประเทศมีเพียงพอกับความต้องการ ( 7 ล้านตัน ), ในปี 2013 ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการนำเข้าสินค้าเหล็กสุทธิเป็นอันดับ 2 ของโลกและมีแนวโน้มจะเป็นอันดับ 1 เนื่องจากนานาประเทศในอาเซียนรวมทั้งสหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการปกป้องผู้ผลิตในประเทศของตน ตลาดเหล็กเส้นของประเทศไทยมีมูลค่ารวม 70,000 ล้านบาท (แบ่งเป็นตลาดบริโภคในประเทศ 66,000 ล้านบาทและส่งออก 4,000 ล้านบาท) ในอุตสาหกรรมผลิตเหล็กเส้นของไทย มีผู้ประกอบการมากกว่า 50 รายและมีการจ้างงาน 25,000 คน ยังไม่รวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง หากปล่อยให้เหล็กจีนทุ่มตลาดและผูกขาดตลาดในประเทศไทย จะทาให้อุตสาหกรรมเหล็กเส้นที่มูลค่าลงทุน 150,000 ล้านบาท ต้องล่มสลายและทาให้อุตสาหกรรมก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมของประเทศที่เกี่ยวเนื่องที่ใช้เหล็กเส้นเป็นวัตถุดิบไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และจะขาดดุลการค้าสูงถึงปีละ 35,000 ล้านบาท ตลอดจนขาดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตเหล็กสาหรับบุคลากรไทย

มาตรการตอบโต้จากนานาประเทศ

คุณธนะ เรืองศิลาสิงห์ กล่าวว่า การทุ่มตลาดและการอุดหนุนของเหล็กจีนเป็นการค้าที่ไม่โปร่งใส (Trade Abuse ) ที่หวังผูกขาดตลาดไว้ในมือ ได้รับการตอบโต้จากนานาประเทศที่ได้ออกมาตรการเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศของตน เช่น อินโดนีเซีย ประกาศข้อบังคับใหม่ ออกมาตรการให้ผู้นำเข้าเหล็กเจือสารโบรอนหรืออัลลอยด์ต้องยื่นใบรับรองตรวจคุณภาพเพื่อขออนุญาตนำเข้า เปิดไต่สวนมาตรการ Safe guard เหล็กแผ่นรีดร้อนโบรอนจากจีน , เวียดนาม ประกาศเปลี่ยนอัตราภาษีนาเข้าพิกัดเหล็กเจือโบรอน จากร้อยละ 0 เป็น 10 , เกาหลีใต้ ยื่นการเปิดไต่สวนมาตรการ AD (Anti-Dumping) ในอัตราร้อยละ 21.15 กับสินค้า H-BEAM ในพิกัดเหล็กทั่วไปและเหล็กเจืออัลลอยด์จากจีน, ออสเตรเลีย ได้เพิ่มกาหนดในร่างมาตรฐานสินค้า AS / NZS 2679.1.2010 ไม่ให้มีการเจือสารโบรอนในเหล็กเส้น และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน, สหรัฐอเมริกา ได้ขยายขอบข่ายในการบังคับใช้มาตรการสกัดการทุ่มตลาดหรือ AD (Anti-Dumping) กับเหล็กแผ่นเจือสารโบรอน เช่นเดียวกับเหล็กแผ่นทั่วไปจากจีน, ปากีสถาน เสนอให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าพิกัดเหล็กกล้าเจืออัลลอยด์ ในอัตราร้อยละ 10, มาเลเซีย ออกมาตรการให้ผู้นำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าต้องยื่นใบรับรองตรวจคุณภาพเพื่อขออนุญาตนำเข้าเป็นกรณีไป (Apply for Certificate of Approval)เช่นเดียวกับประเทศอินเดีย

ถึงเวลาปรับ มอก.มาตรฐานเหล็กอุตสาหกรรม

รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานกรรมการเหล็กเส้น มอก. และประธานวิศวกรรมโยธา วสท. กล่าวว่า ทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ร่วมเป็นคณะกรรมการวิชาการ คณะที่ 9 (กว.9) ของสานักมาตรฐานอุตสาหกรรมได้พัฒนาและเห็นชอบในการพัฒนาปรับปรุงเกณฑ์ซึ่งถึงเวลาแล้วที่มอก. ด้านเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตของไทยควรยกระดับคุณภาพมาตรฐานเพื่อความมั่นคงปลอดภัยต่ออาคารและการใช้งาน มาตรฐานเหล็กเส้น เช่น การกำหนดกาลังดึงของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตให้มีช่วงของกาลังดึงตามที่กำหนดในกรอบที่แคบขึ้น ซึ่งต่างจากเดิมที่กาหนดค่าต่าสุดไว้ เป็นเหตุให้การผลิตเหล็กเส้นในประเทศมีกาลังดึงของเหล็กสูงมาก และสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ซึ่งเป็นค่าที่วิศวกรนาไปออกแบบ ส่งผลให้การประเมินกาลังของโครงสร้างผิดพลาด และมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยเฉพาะในอาคารที่รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว ตามมาตรฐานใหม่นี้จะอาจส่งผลให้เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตในตลาดปัจจุบันประมาณ 20-30% ไม่ผ่านเกณฑ์

เสนอ 5 มาตรการสกัดการทุ่มตลาดเหล็กของเหล็กจีน

นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวสรุปว่า “วสท.และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เสนอให้รัฐบาลพิจารณาป้องกันการทุ่มตลาดของเหล็กเส้นจีนเจือโบรอนและคุ้มครองอุตสาหกรรมเหล็กไทย 5 มาตรการคือ

  1. กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ควรงดออกใบอนุญาตนำเข้าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจากประเทศจีน เนื่องจากคุณภาพอาจไม่สม่าเสมอ ซึ่งมีผลต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้างและสาธารณูปโภคของประเทศ
  2. ขอให้ภาครัฐออกมาตรการทางด้านภาษีและทางด้านมาตรฐาน เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย เช่นเดียวกับนานาประเทศในภูมิภาคอาเซียนและอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน อินเดีย
  3. อุดช่องโหว่ด้านกฎหมาย มิให้เหล็กจีนอ้างการเจือสารโบรอนพื่อปลี่ยนพิกัดศุลกากรและเลี่ยงภาษี 5% ขอให้กรมศุลกากรยึดหลักตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตตาม มอก.20-2543 สาหรับเหล็กเส้นกลมและ มอก.24-2548 สำหรับเหล็กข้ออ้อยที่ระบุไว้ว่ามีส่วนประกอบ 4 ธาตุเท่านั้น โดยไม่มีธาตุโบรอนแต่อย่างใด
  4. เผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ใช้งานเหล็กเส้น วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง เจ้าของโครงการ ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน จนถึงตัวแทนจาหน่าย ให้ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการใช้เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน หรือการใช้สินค้าราคาถูกเพื่อลดต้นทุนโดยขาดความรับผิดชอบต่อสังคม จะส่งผลโดยตรงต่อการรับแรงกระทำในโครงสร้างต่างๆและกระทบต่อความปลอดภัยของสาธารณชน
  5. เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีบุคคลากรที่เพียงพอและพัฒนาระบบตรวจประเมินคุณภาพการผลิตเหล็กจากแหล่งกeเนิดอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นที่ไว้วางใจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ธุรกิจอุตสาหกรรม เจ้าของโครงการและสังคมส่วนรวม

  Back |   Top


   ข่าวใหม่

    นักวิจัยแนะสำรวจอาคารในกทม.ออกแบบตามมยผ. ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดในแอ่งดินอ่อนเพิ่มขึ้น รับมือแผ่นดินไหว 21/11/2562

    สภาสถาปนิก’19 ระดมทัพนวัตกรรมก่อสร้าง คาดมีผู้เข้าชมตลอดงาน 90,000 คน พร้อมเดินหน้ายกระดับวงการสถาปนิก -ธุรกิจก่อสร้าง 15/11/2562

    ราช กรุ๊ป เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี’62 มีรายได้รวม 33,611 ล้านบาท ทุ่มทุนกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อหุ้นนวนครการไฟฟ้า เสริมความมั่นคงทางธุรกิจ 15/11/2562

    กฟภ. จัดงาน “Thailand Lighting Fair 2019” ชูนวัตกรรม PEA IHAPM และ PEA Solar Hero พลิกองค์กรสู่ Digital Utility 9/10/2562

    บีโอไอพร้อมผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสู่อุตสาหกรรมระบบราง 26/9/2562

    MRA 2019 งานแสดงเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม  26/9/2562

    ปักหมุดต้องห้ามพลาด ‘แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019’  17/9/2562

    อุตฯ – คมนาคม ผนึกกำลังเสริมแกร่งภาคการผลิตไทย เตรียมดึงโมเดลโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตญี่ปุ่น ตั้งเป้าดันแบรนด์อิมเมจ “เมดอินไทยแลนด์” เทียบชั้น “เมดอินเจแปน” 13/9/2562

  more...          



Magazine | Engineeringtoday . Construction & Property . ไฟฟ้าและอุตสาหกรรม . อินทาเนีย . Green network . บรรจุภัณฑ์ไทย . Mining Magazine .
Directory | ทำเนียบอุตสาหกรรมก่อสร้าง-วัสดุ . YellowGreen Pages Thailand .
Article | In Trend . WorldWatch . เวทีประลองความคิด . ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง . สู่ศตวรรษใหม่ . รายงานพิเศษ . บทความพิเศษ . FW-mail
Column | Travel . สกู๊ปพิเศษ . เยี่ยมชมโครงการ/โรงงาน . แฟ้มบุคคล . เทคโนโลยี . พลังงานสิ่งแวดล้อม . สิ่งประดิษฐ์ / งานวิจัย . รอบรู้เรื่องไอที
Knowledge | องค์กรวิศวกรรม&อุตสาหกรรม . โครงการสนับสนุนอุตสาหกรรม . บริการอุตสาหกรรม . มาตรฐานอุตสาหกรรม . ศัพท์ช่าง
Law | วิศวกรรม . อุตสาหกรรม . พลังงาน . ทรัพย์สินทางปัญญา


471/3-4 อาคารพญาไทเพลส ถ.ศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. 10400 Tel. 0-2354-5333, 0-2644-6649 Fax. 0-2640-4260
Copyright ©TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD All right reserved